จงซิ่วด้วยความมั่นใจ
deenah | 2018-07-11 01:40:59
view 2080 like comment 12
จากเด็ก59โลกแคบที่ไม่เคยผ่านโลกการกวดวิชาใดๆ(เว้นแต่โรงเรียนบังคับเรียน..*-*) ... สวัสดีค่ะเพื่อนๆเราชื่อดีนะฮ์จากไอจี deenah_md ค่ะ เราเคยคิดว่าการสอบเข้าไม่ต้องอ่านหนังสือหนักแค่เรียนในห้องให้รู้เรื่องก็พอแล้วไม่จำเป็นต้องกลับมาทวน ชีวิตเราเริ่มต้นการเข้ามหาลัยด้วยแนวคิดที่ไม่ต้องอ่านหนังสือ ไปลุ้นเอา เดาแค่ไหนแค่นั้น ชีวิตเลยพลิกผันผิดมหันต์เป็นคนเด็กซิ่วหน้าดีไร้ความรู้ ประหนึ่งเริ่มใหม่ เราสอบติดมอ.ในคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาญี่ปุ่นค่ะแน่นอนว่าไม่ได้อยากเรียน แต่คะแนนมันพาไปเอง ก่อนหน้านี้เคยได้โควต้าไปสอบสัมภาษณ์คณะวิทย์เอกชีวะของมอ.ด้วย แต่ถามว่าไปไหมก็ไม่ค่ะ สุดท้ายในปี59ของการเริ่มต้นเข้ามหาลัยของเพื่อนๆกลายเป็นปีที่เราต้องอยู่บ้าน อ่านหนังสือเตรียมสอบ เราอยากเรียนหมอค่ะ ก็ไม่รู้ว่าความคิดนี้เริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้ว่าแค่รู้สึกว่าตัวไม่ป่วยไม่ไข้เหมือนคนอื่นๆเค้าทั้งที่ใช้ชีวิตไม่ถนอมเอาซะเลย เราเชื่อในพระเจ้านะคะ และเราก็คิดว่ามันคือความเมตตาของพระเจ้า ดังนั้นเราเลยอยากส่งต่อความเมตตานี้โดยการเรียนหมอ ช่วยเหลือคนอื่นๆ อีกความฝันนึงคือเราอยากทำคลอดค่ะ เราหลงใหลในรูปภาพของเด็กเพิ่งเกิดที่มีคราบเลือดติด มันเป็นการดำรงเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ที่วิเศษมากเลย ปลื้ม55 เข้าเรื่องต่อ ปี60เราไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับโลกของการศึกษา จนกระทั้งเจอพวกที่ทำไอจีเกี่ยวกับการเรียน เรียกสวยๆว่า studygram นั่นแหล่ะเจ้าค่า เพิ่งได้เห็นว่ามีคนขยันมาก ตั้งใจมากๆกับการเข้ามหาวิทยาลัยจะว่าไป คือสงสัยว่าตัวเองไปเอาความมั่นใจมาจากไหนที่จะสอบติด ทั้งที่ไม่อ่านหนังสือสอบ กลายเป็นว่าเราเพิ่งเริ่มซื้อหนังสืออ่านเพื่อสอบเข้าตอนปี60และแน่นอนเราไม่ติดเพราะเราอ่านหนังสือไม่เป็น ไม่รู้จักการทำโจทย์ ไม่รู้จักวางแผน ไม่รู้จักแนวข้อสอบ อ่านเยอะแต่ไม่ได้อะไรเพราะง่วงก็อ่าน ปี60เราสอบไม่ติดค่ะ ปีต่อมาคือปี61เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมากๆเลยแต่เราก็ยังสอบไม่ติดเพราะเราติดเล่น การซิ่วอยู่บ้านทำให้เราคิดว่าตัวมีเวลามากจะทำอะไรก็ได้ แล้วเป็นไงก็พังอีกตามเคย ปีนี้ทำโจทย์แต่ยังทำไม่มากพอ ฝึกแต่ฝึกพอผ่านๆ คิดว่าตัวเองฝึกแล้วแค่นี้พอ แต่เปล่าเลย ถึงแม้ว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้นแต่มันไม่ได้ทำให้เราเฉียดเข้าใกล้คำว่าหมอแม้แต่น้อย เราไม่มีน้ำตาสักหยด เพราะรู้ตัวดีว่าเราไม่เต็มที่ ถึงแม้จะแอบภูมิใจในพัฒนาการเล็กๆของตัวเอง แต่เรารู้ดีว่ามันไม่มากพอ ที่ผ่านมาเราโดดเดี่ยวมากค่ะ พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไรแต่ก็ชอบประชดประชัน ทำให้เราแอบร้องไห้ในห้องบ่อยๆ เพิ่อนก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเห็นว่าเราอ่านมากแล้วทำไมยังไม่ติด คือเราก็รู้ตัวดีอ่ะนะว่ามันเต็มที่จริงหรือเปล่า? แต่จะให้อธิบายอะไรไปคงไม่เกิดประโยชน์ก็แอบมาคิดมากคนเดียว แม้ว่าปี60และ61เราจะสอบไม่ติดเพราะตัวเองเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเอง แต่เรายังเชื่อว่าทุกอย่างมีจังหวะและเวลาของมัน ปีนี้ค่ะเราเปลี่ยนไปมากค่ะ ฝึกเยอะย่างก้าวกระโดดกำแพงความกลัวของตัวเอง เราได้แรง support จากjeneค่ะ รุ่นน้องเด็ก61ที่สอบหมอติดปีนี้ เค้าช่วยเราทุกอย่าง ทั้งหนังสือ กำลังใจ ให้คำแนะนำและช่วยวางแผนต่างๆ จนเรามีความรู้สึกเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุดว่าปีนี้เราสามารถเต็มที่ได้ อย่างที่มากกว่านี้ไม่ได้อีก เพราะมันจะเป็นการสู้อย่างที่สุดสำหรับเด็กคนนึงที่อยากจะเข้าคณะแพทย์ น้องเขียนลงสมุดส่งมาให้ว่า... น้องเชื่อว่า "พี่มีดีมากพอที่จะแข่งกับคนอื่นในสนามสอบ" เพราะว่าวันนี้พี่พิสูจน์ด่านแรกผ่านแล้ว พี่ชนะใจตัวเองได้เยอะขึ้นมาก และ พี่เก่งมากค่ะ มันเป็นวันที่เราได้รับคลื่นพลังบวกเข้ามาในใจเยอะมาก มากพอที่จะขับเคลื่อนให้เราลุกฝึกโจทย์ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราจะไม่พูดว่าเราสอบติดแน่นอน แต่เราจะพูดว่าเราจะเต็มที่แน่นอน ถ้ามันเป็นที่ของเรา เราจะได้ไปอยู่ที่นั่น แต่ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ เราจะได้ไปอยู่ในที่ที่เหมาะกับเราแน่นอน เราเชื่อว่าอย่างนั้น ถ้าซิ่วแล้วต้องซิ่วอย่างความมั่นใจว่าฉันจะทำเต็มที่อย่างถึงที่สุด แม้ว่าใครจะตราหน้าว่าไอขี้แพ้ แกทำไม่ได้หรอก จงอย่าไปกลัวทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ไปเลย ..แล้วว่านึงเราจะตอบตัวเองได้ว่าที่เราไม่ติดเพราะมันไม่ได้ถูกลิขิตมาให้เราหรือเพราะเราเองที่ไม่เต็มที่ จงซิ่วอย่างมีความหวัง แม้ใครไม่เข้าใจก็ขอให้เดินหน้าต่อ ความพยายามครั้งนี้จะกลายเป็นสิ่งที่สวยงามและน่าภูมิใจในส่วนนึงของชีวิตเราค่ะ เรายังสอบไม่ติดแต่เราแต่เราเชื่อว่าบทความนี้จะส่งพลังบวกให้กับทุกคนน้า ด้วยรักและปรารถนาดี.
Share

Like 12 Comments